Showing posts with label News. Show all posts
Showing posts with label News. Show all posts

មិនទាន់ចប់ទេ៖ អាជ្ញាកណ្តាលខ្សែរបន្ទាត់ដែលសំរេចមិនផ្តល់គ្រាប់បាល់អោយ Cristiano Ronaldo បានធ្លាក់ចេញពីក្រុមមន្ត្រីរបស់ហូល្លង់សំរាប់យូរ៉ូឆ្នាំ ២០២០

មិនទាន់ចប់ទេ៖ អាជ្ញាកណ្តាលខ្សែរបន្ទាត់ដែលសំរេចមិនផ្តល់គ្រាប់បាល់អោយ Cristiano Ronaldo បានធ្លាក់ចេញពីក្រុមមន្ត្រីរបស់ហូល្លង់សំរាប់យូរ៉ូឆ្នាំ ២០២០


បរទេស ៖ លោក Mario Diks ជាអាជ្ញាកណ្តាលខ្សែរបន្ទាត់ដែលសំរេចមិនផ្តល់គ្រាប់បាល់ ដល់កីឡាករ Cristiano Ronaldo ក្នុងជំនួបជាមួយស៊ែប៊ី ត្រូវបានធ្លាក់ចេញពីក្រុមមន្ត្រីរបស់ហូល្លង់សំរាប់យូរ៉ូឆ្នាំ ២០២០ ។


គ្រាប់បាល់ជ័យជំនះរបស់ Ronaldo ដែលធ្វើបាននៅចុងម៉ោង ត្រូវបានគេច្រានចោលដោយវាជាកំហុសទាំងស្រុងរបស់អាជ្ញាកណ្តាលខ្សែរបន្ទាត់ក្នុងកំឡុងពេលការប្រកួតជម្រុះ World Cup ឆ្នាំ ២០២២ របស់ព័រទុយហ្កាល់ជាមួយស៊ែប៊ីកាលពីខែមុនដែលទីបំផុតបានបញ្ចប់ក្នុងលទ្ធផលស្មើ ២-២ ។

អាជ្ញាកណ្តាលនៃការប្រកួតលោក Danny Makkelie បានធ្វើការសុំទោសជាសាធារណៈចំពោះកំហុសនេះបន្ទាប់ពីចប់ការប្រកួត ហើយឥឡូវនេះគាត់បានទម្លាក់លោក Mario Diks ចេញពីការត្រៀមរបស់គាត់នៅមុនពេលការប្រកួតអ៊ឺរ៉ុបនៅរដូវក្តៅនេះ។

This is a very, very big disappointment for me just before the European Championship. 
នេះគឺជាការខកចិត្តដ៏ធំធេងមួយសម្រាប់ខ្ញុំមុនពេលការប្រកួតអ៊ឺរ៉ុប។ __Mario Diks

 


 


Read More

พนง.การไฟฟ้าดับคาซาก!เก๋งชนขอบทางเละเป็นเศษเหล็ก สยองกาญจนาภิเษก

พนง.การไฟฟ้าดับคาซาก!เก๋งชนขอบทางเละเป็นเศษเหล็ก สยองกาญจนาภิเษก

หนุ่มใหญ่พนักงานการไฟฟ้านครหลวงดับสยองคาซาก ซิ่ง เก๋งชนขอบทาง ถนนกาญจนาภิเษก รถเละเป็นเศษเหล็กล้อหน้าหลุดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร 

เก๋งชนขอบทาง / เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.อ.วณิชกร ศักดิ์แสง รอง สว.สส.สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน บริเณถนนกาญจนาภิเษก ช่วงก่อนขึ้นทางด่วนศรีรัช แขวงศาลาธรรมสพ เขตทวีวัฒนา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ในจุดเกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซิตี้ ไทด์ซี สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภภ5071 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพลิกคว่ำ หลังคายุบ ด้านหน้าซ้ายยุบจนถึงห้องโดยสาร คนขับรถเสียชีวิตติดอยู่ภายใน ล้อหน้าด้านซ้ายหลุดกระเด็นออกไปเกือบ 100 เมตร และชิ้นส่วนต่างของรถกระจายเต็มถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจรในช่องทางคู่ขนาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่อาสาฯมูลนิธิร่วมกตัญญูนำเครื่องตัดถ่างมาตัดชิ้นส่วนของรถ เพื่อนำร่างของคนขับออกมาด้านนอก
ทราบชื่อคือ นายอุดม ลีจาด อายุ 50 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 95/31 หมู่ 3 ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พนักงานการไฟฟ้านครหลวง สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่แขนซ้าย และขาขวา



จากการสอบสวนในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนขับรถน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง เพื่อขึ้นทางด่วนศรีรัช แล้วรถเกิดเสียหลักพุ่งชนขอบทางเสาป้ายจราจร จนรถพลิกคว่ำหลายตลบ
ซึ่งต้องรอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง จึงจะสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้



Read More

จับหนุ่มรถตู้! ชำเราขืนใจ‘ป.6-ม.2’ บนรถนักเรียน แม่รู้เรื่องช็อกแจ้งตร.ลากคอเข้าตะราง

จับหนุ่มรถตู้! ชำเราขืนใจ‘ป.6-ม.2’ บนรถนักเรียน แม่รู้เรื่องช็อกแจ้งตร.ลากคอเข้าตะราง


จับหนุ่มรถตู้! ชำเราขืนใจ‘ป.6-ม.2’ บนรถนักเรียน แม่รู้เรื่องช็อกแจ้งตร.ลากคอเข้าตะราง

วันที่ 29 พ.ย. ที่สน.ราษฎร์บูรณะ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีพา ด.ญ.แอน (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และ ด.ญ.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมภายหลังเด็กทั้ง 2 คนถูกนายณัฐวุฒิ จำเริญ อายุ 29 ปี คนขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียน กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา บนรถตู้ระหว่างพาไปส่งที่โรงเรียนและช่วงรับกลับหลังเลิกเรียน
นางปวีณา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา นางเยาว์ (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ผู้เป็นยายของด.ญ.แอน นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมด้วย น.ส.จี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี มารดาของด.ญ.หนึ่ง นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนเดียวกัน เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าถูกนายณัฐวุฒิ กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราอยู่หลายครั้ง โดยระบุว่า นายณัฐวุฒิ ได้จับหน้าอกและกอดจูบบนรถตู้ ขณะเดินทางไปโรงเรียนและระหว่างส่งกลับบ้านเป็นประจำ
“สำหรับพฤติกรรมมักจะให้ไปนั่งเบาะหน้า โดยออกอุบายหลอกล่อ และให้เล่นเกมส์ รวมทั้งซื้อขนมให้กินบ้างจนเหยื่อเกิดหลงเชื่อ จากนั้นได้นัดให้ออกมาเจอกันที่สวนหย่อมของหมู่บ้านเหยื่อ แล้วใช้อวัยวะเพศถูไถก่อนใช้นิ้วโดยก่อเหตุมาหลายครั้ง ต่อมานางเยาว์พบเห็นด้วยตัวเอง ว่าด.ญ.หนึ่ง ถูกนายณัฐวุฒิจับหน้าอกบนรถตู้จึงตัดสินใจไปแจ้งครูประจำชั้นก่อนมาร้องทุกข์กับมูลนิธิเพื่อขอความเป็นธรรม”


นางปวีณา กล่าวต่อว่า ตนจึงประสานพ.ต.อ.วราวัชร์ เพื่อพาเหยื่อทั้ง 2 ราย พร้อมด้วยผู้ปกครองมาแจ้งความเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเหยื่อไปตรวจเช็กร่างกายที่ร.พ.ตำรวจ จนทราบผลพบร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง โดยหลังจากนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะดูแลทางด้านสภาพจิตใจของเด็กทั้ง 2 ราย อย่างใกล้ชิด
ด้านพ.ต.อ.วราวัชร์ เปิดเผยว่า ฝ่ายสืบสวนสน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมตัวนายณัฐวุฒิได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คือผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย อีกทั้งผลการตรวจยังระบุว่า มีร่องรอยถูกข่มขืนและกระทำอนาจารเบื้องต้นแจ้งข้อหา กระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเราแก่เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และไม่เกิน 15 ปี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


Read More

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเปิด สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” 23 พ.ย. นี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเปิด สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” 23 พ.ย. นี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเปิด สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” 23 พ.ย. นี้
ด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต”ณ บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. เวลา 18.00 น.
โอกาสนี้ สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” จึงขอปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ถึงวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. เพื่อเตรียมการพิธีเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. นี้
สนามลู่ปั่นจักรยาน “เจริญสุขมงคลจิต” หรือชื่อภาษาอังกฤษ “HAPPY AND HEALTHY BIKE LANE” เป็นนามพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 23.5 กิโลเมตร เป็นสนามลู่ปั่นจักรยานที่มีมาตรฐานสากลเต็มรูปแบบ เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 06.00 น.-21.00 น.
FROM: https://www.khaosod.co.th
Read More

แม่ใจสลายก้มจูบศพ นศ.อุเทนถวาย ถูกยิงเผาขน 4 นัด สิ้นใจต่อหน้า

แม่ใจสลายก้มจูบศพ นศ.อุเทนถวาย ถูกยิงเผาขน 4 นัด สิ้นใจต่อหน้า

แม่ใจสลายก้มจูบศพ นศ.อุเทนถวาย ถูกยิงเผาขน 4 นัด สิ้นใจต่อหน้า

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ร.ต.อ.ธรรมโชติ พันธุ์ฟัก รอง สว.(สอบสวน)​สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่บริเวณปากซอยนวมินทร์ 57 (หมู่บ้านวังทองเฮ้าส์) แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ตร. และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นตลาดหน้าหมู่บ้าน ใกล้ปากซอยดังกล่าว พบศพนายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติก สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย​ สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีส้ม นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว นอนเสียชีวิตใกล้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กก 4597 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลจากกระสุนปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณกลางหลังจำนวน 4 นัด กระสุนฝังใน และพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาดตกอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบศพ นศ.อุเทนถวาย ถูกยิงดับ
จากการสอบสวนนางเขมนิจ สุวรรณทัต อายุ 54 ปี มารดาผู้เสียชีวิต ระบุว่า ช่วงเกิดเหตุให้ลูกชายมาขยับรถจักรยานยนต์ เพื่อจะเอาถังน้ำไปล้างภาชนะสำหรับขายราดหน้า จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 ครั้ง เมื่อหันไปดูก็พบว่าลูกชายล้มลงที่พื้นต่อหน้าต่อตา ขณะนั้นมองเห็นคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแจ๊กเกตสีน้ำเงิน ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ปิดบังใบหน้า วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดติดเครื่องไว้ ใต้สะพานลอยคนข้ามบริเวณปากซอย แล้วหลบหนีไป
นางเขมนิจกล่าวต่อว่า ตนมาขายราดหน้า และผัดซีอิ๊ว ที่บริเวณดังกล่าวมาแล้ว 2 เดือน โดยลูกชายจะทำอาชีพเสริม คือการขับรถจักรยานยนต์ส่งของกับบริษัทเคอรี่​ เมื่อเลิกงานประมาณ 2 ทุ่ม ก็จะมาช่วยขายราดหน้า ซึ่งลูกชายเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 และใกล้จะเรียนจบ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ภาพที่เห็นลูกชายต้องมาถูกยิงเสียชีวิต มันโหดร้ายเหลือเกิน 

บื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดหารถของคนร้าย และเส้นทางที่ใช้หลบหนี พร้อมสอบปากคำพยานในจุดเกิดเหตุ เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Original from: https://www.khaosod.co.th
Read More

บทบรรณาธิการ : การให้อภัยที่ไม่ธรรมดา

บทบรรณาธิการ : การให้อภัยที่ไม่ธรรมดา

การให้อภัยที่ไม่ธรรมดา


ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอดีตส.ส.พรรคประชาปัตย์รวม 3 คน เป็นจำเลย กรณีจัดรายการโทรทัศน์กล่าวหาเสียดสี เหยียดหยาม โดยมีเรื่องทางเพศเกี่ยวข้องด้วย
นายศิริโชค โสภา นายเทพไท เสนพงศ์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ทั้งสองศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5 หมื่นบาท
คดีนี้ ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ต่อมามีการโพสต์ขออภัยและสำนึกผิดของจำเลยทั้ง 3 คน รวมทั้งขอบคุณน.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่ยินยอมให้อภัย
เป็นการแสดงความใจกว้างในแวดวงทางการเมืองที่ควรชื่นชม
แต่ต่อมาเกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อีก เมื่อมีการลบโพสต์ดังกล่าว ทั้งๆ ที่เวลาผ่านไปยังไม่ทันข้ามวัน จนเกิดคำถามต่อจำเลยทั้ง 3 คนว่า ไม่ได้สำนึกและรู้สึกผิดอย่างแท้จริงหรืออย่างไร
เป็นการรีบกลบเกลื่อน โดยอ้างว่าไม่ได้มีข้อตกลงว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด
สุดท้าย มีการเจรจายอมความกับทนายความของฝ่ายโจทก์ โดยฝ่ายจำเลยพร้อมที่จะโพสต์ข้อความขอขมาด้วยสำนึกผิดที่พูดจาจาด้วยความคึกคะนองและไม่เป็นความจริง จนถึงวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา
น่ายินดีที่โจทก์ยอมรับคำขอโทษนี้ เพราะเห็นแก่ชีวิตทางการเมืองและครอบครัว
จริงอยู่ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นคดีลหุโทษ ไม่ควรมีใครต้องรับโทษทัณฑ์ถึงขั้นจำคุก เมื่อฝ่ายหนึ่งยอมรับผิด อีกฝ่ายก็สมควรจะให้อภัย
แต่ที่ผ่านมา หลายคดีของความผิดประเภทนี้ ก็ยังมีจำเลยหลายคนต้องรับโทษจำคุก ทำให้เสียสิทธิทางการเมืองไปอย่างน่าเสียดาย เพราะโจทก์บางคนใจไม่กว้างพอที่จะคิดให้อภัยคนอื่น
อย่างไรก็ตาม ความที่คดีนี้เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามทางเพศต่ออดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ซึ่งกระทำโดยนักการเมืองชาย นับว่ารุนแรงกว่าการหมิ่นประมาทกันระหว่างนักการเมืองธรรมดา
จึงเป็นการให้อภัยที่ไม่ใช่ธรรมดา
Original from: https://www.khaosod.co.th
Read More

มาแล้ว รางวัลที่หนึ่ง 90 ล้านโผล่อุดร คนถูกล่องหน ของใครรีบเอาไปขึ้นเงินด่วน

มาแล้ว รางวัลที่หนึ่ง 90 ล้านโผล่อุดร คนถูกล่องหน ของใครรีบเอาไปขึ้นเงินด่วน

งานนี้คงจะกลายเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอน หลังมีการแชร์ผ่านโซเชียลว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 15 ใบ 90 ล้านบาทโผล่ที่อุดรธานีเป็นเลขชุดหมายเลข 452463 ซื้อที่แผงตลาดบ้านห้วย เขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่ตอนนี้คนที่ถูกยังไม่มีข่าวออกมา


คนถูกหวยก้อนโตถึง 90 ล้านโผล่ที่ จ.อุดรธานี แต่คนถูกยังล่องหน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.61 มีรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของร้านโชคอนันต์ จ.อุดรธานี ที่ตลาดบ้านห้วย เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มีการโพสต์เรื่องราวของล็อตเตอร์รี่จำนวน 15 ใบมีเงินจำนวน 90 ล้านบาทเป็นเลขชุดหมายเลข 452463 ซึ่งเป็นร้านของญาติๆ ที่อยู่ติดกันบริเวณตลาดบ้านห้วย มีลูกค้าได้ซื้อเลขชุดหมายเลขดังกล่าวไป
โดยในเฟซบุ๊กของร้านโชคอนันต์ บอกว่า รางวัลที่ 1 เข้าอุดรอีกแล้วครับ 90 ล้านบาท !!! ร้านข้างๆ ร้านผมครับ เป็นร้านน้าผมเอง ยินดีกับคนที่ถูกด้วยนะครับ ขณะที่มีคนมาโพสต์แสดงความคิดเห็น ขอแสดงความยินดีกับคนถูกหวย แต่ตอนนี้คนที่ถูกหวยก้อนโตชุดนี้ ยังไม่ปรากฏตัวแต่อย่างใด ขณะที่บางคนก็โพสต์ว่า รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มีคนถูกหลายคน นอกจากนี้ก็ยังมีคนถูกอีกในหลายจังหวัด เช่น จ.น่าน จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวได้มีการแชร์กันอย่างกว้างขวาง


ล่าสุดเจ้าของร้านโชคอนันต์ บอกว่า ร้านของน้าอยู่แถวตลาดบ้านห้วย โดยเลขชุดดังกล่าวมีจำนวน 15 ใบจำนวน 90 ล้าน น้าบอกว่า มีคนซื้อแล้วแต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร โดยคนดังกล่าวได้เหมายกชุดไปเลยแต่น้าบอกว่าจำไม่ได้ว่าเป็นผุ้หญิงหรือผู้ชาย


งั้นก็แปลว่ามีคนถูกหวยก้อนโตชุดนี้ถึง 90 ล้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ต้องลุ้นว่าคนถูกจะไปแจ้งความหรือไม่หรือจะอุบเงียบไปขึ้นเงินที่กองสลาก ไม่อยากเป็นข่าว กลัวญาติเยอะก็เป็นได้
https://www.siamnews.com


Read More

ด่วน! พบแล้วศพ “น้องข้าว” สาวหายตัว 2 วัน พบพิรุธร่างอยู่เบาะหลัง

ด่วน! พบแล้วศพ “น้องข้าว” สาวหายตัว 2 วัน พบพิรุธร่างอยู่เบาะหลัง

น้องข้าว – จากกรณี สมาชิกเฟซบุ๊ก “Bike Baybe Aungwaracharisa” ได้โพสต์ตามหาเพื่อน ชื่อ น.ส.รวิวรรณ ขันธ์เครือ หรือข้าว โดยระบุว่า ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เวลา 23.00 น. ใช้รถเก๋งมาสด้า 3 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2กจ 4808 กทม. สวมชุดโรงงานไทยเบฟเวอเรจ พบครั้งสุดท้ายที่ ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เส้นทางที่หายคาดว่าจะเป็นเส้นทางระหว่างท่ามะกา-บ้านโป่งนั้น


วันที่ 5 ต.ค. ครอบครัวได้ตามหาตัวสาวรายดังกล่าว โดยได้สืบจากเบาะแสร่องรอยของ GPS ของโทรศัพท์ จนพบว่ามาสุดที่บริเวณแยกสนุ่น ม.5 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา กาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้พบกับรอยรถไถลลงคลอง และอยู่ระหว่างการนำรถขึ้นมาจากน้ำ
คืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถนำรถคันดังกล่าวขึ้นมาจากคลองได้แล้ว จากการตรวจสอบภายในพบศพเป็นผู้หญิง 1 ราย อยู่บริเวณเบาะหลัง โดยทางญาติยืนยันเเล้วว่า เป็น น้องข้าว จริงๆ 

Original from: https://www.khaosod.co.th
Read More

มือปืนโหด! ควงลูกซองถล่มยิง “ฟอร์ด นาท่อม” ร่างพรุนดับสยอง มุ่งปมฆ่าตัดตอน

มือปืนโหด! ควงลูกซองถล่มยิง “ฟอร์ด นาท่อม” ร่างพรุนดับสยอง มุ่งปมฆ่าตัดตอน

มือปืนควบเก๋งบุกยิงถล่ม ฟอร์ด นาท่อม ตายสยองคาบ้านขณะก่อไฟให้สุนัข เชื่อปมขัดแย้งธุรกิจ-โดนเครือข่ายยาเสพติด ฆ่าตัดตอน เผยก่อนหน้านี้ตำรวจบุกตรวจค้นบ้าน แต่ผู้ตายไหวตัวทัน พบประวัติเคยถูกจับคดียาเสพติดมาแล้ว

ฆ่าตัดตอน / เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ร.ต.อ.พงษ์วุฒิ วุฒิพงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่หน้าบ้านเลขที่ 133 ม.12 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ตำรวจชุดสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยช้างเผือก

ตำรวจสอบสวนญาติของ ฟอร์ด นาท่อม หลังเกิดเหตุถูกคนร้ายบุกยิงโหด

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพ นายภักดี ต่างสี หรือ ฟอร์ด นาท่อม อายุ 38 ปี อยู่บ้านที่เกิดเหตุ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าเต็มหน้าอก จำนวน 9 รู ทะลุหลัง 4 รู นุ่งผ้าขาวม้านอนหงายเสียชีวิต บริเวณฝาบ้านพบรอยกระสุนเจาะ 4 จุด และยังพบหัวกระสุนตกอยู่ 1 หัว หมอนรองกระสุน 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า นายภักดี หรือที่รู้จักกันในนาม ฟอร์ด นาท่อม มีประวัติเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้ว และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เข้าไปทำการปิดล้อมที่บ้านเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฏว่านายภักดี ไหวตัวทันและได้วิ่งหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในสวนยางพารา ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามค้นหาแต่ไม่พบ ทำให้นายภักดีรอดพ้นจากการจับกุมไปได้
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายบุกยิง ฆ่าตัดตอน ฟอร์ด นาท่อม

ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายภักดีกำลังก่อไฟให้สุนัขที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ มีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คน ใช้รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะ ผ่านหน้าบ้านอย่างช้าๆ ก่อนคนที่อยู่ในรถจะเปิดกระจกลงแล้วใช้ปืนลูกซองยิงใส่ร่างนายภักดี 1 นัด กระสุนเจาะเต็มหน้าอกจนหงายท้องเสียชีวิตคาที่ ก่อนคนร้ายจะเร่งเครื่องรถขับหลบหนีไปทันที
ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากการขัดแย้งเรื่องธุรกิจไม่เปิดเผย ถูกเครือข่ายยาเสพติดตามเช็กบิลเพื่อเป็นการตัดตอนหรือฆ่าปิดปากไม่ให้โยงถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น โดยส่งมือปืนตามไปยิงถึงบ้านดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ฆ่าตัดตอน-คนร้ายบุกถล่มยิง ฟอร์ด นาท่วม เสียชีวิตคาบ้าน
Original from: https://www.khaosod.co.th

Read More

รวบสาวแบงก์ฉกกระเป๋าหรูกลางห้างดัง อ้างเฉยชอบอยากได้มาใช้เอง

รวบสาวแบงก์ฉกกระเป๋าหรูกลางห้างดัง อ้างเฉยชอบอยากได้มาใช้เอง

จับสาวแบงก์สุดแสบฉกกระเป๋าแบรนด์เนมกลางห้างดัง ทำเนียนขอดูของในสต็อก ก่อนฉกไปขายตลาดนัด อ้างชอบอยากได้มาใช้ ตร.เผยประวัติโชกโชนก่อเหตุลักทรัพย์ตามห้างมาเพียบ


เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล5 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.น.5 ว่า พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ
พ.ต.ท.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.เดโช ประสานศรี สว.สส.สน.ทองหล่อ และร.ต.อ.กิตติเชษฐ์ กิติสาร รอง สว.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมตัวน.ส.อุษารัศมิ์ ประสมสี อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาสาวฉกกระเป๋าแบรนด์เนมตามห้างหรู
พร้อมของกลางกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมชื่อดัง แบบผู้หญิง สีเทา 1 ใบ เสื้อแขนยาวผู้หญิง สีขาว สายทางสีเทา 1 ตัว กางเกงขายาว ยี่ห้อ Mango สีน้ำตาล 1 ตัว รองเท้ารัดส้น ยี่ห้อ CROCS สีน้ำตาล 1 คู่ ถุงพลาสติกสีขาว ปรากฏอักษร MINISO สีแดง 1 ใบ และกระเป๋าเป้ ยี่ห้อ Louis Fontaine สีน้ำตาล 1 ใบ ซึ่งทั้งหมดคนร้ายใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยจับกุมได้ภายในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 44 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลาประมาณ 20.30 น. มีคนร้ายเป็นหญิงสาว ทำทีเข้าไปเลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์ดัง บนชั้นที่ 1 ของห้างสรรพสินค้าดังย่านสุขุมวิท โดยระหว่างเลือกสินค้าก็ได้ออกอุบาย อยากชมสินค้าที่อยู่ในสต็อก ก่อนจะฉวยจังหวะพนักงานเข้าไปด้านในร้าน ขโมยกระเป๋าสะพายข้าง มูลค่ากว่า 17,500 บาท แล้วหลบหนี
ต่อมาทางตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบรูปพรรณคนร้ายชัดเจน กระทั่งทราบว่าคนร้ายพักอาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 2301 อาคารดังกล่าว จึงนำกำลังมาจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางดังกล่าว มาสอบสวนที่สน.ทองหล่อ
ผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง โดยทำทีเข้าไปเลือกซื้อสินค้าแล้วชื่นชอบกระเป๋าใบนี้ อยากได้มาใช้เอง จึงออกอุบายให้พนักงานเข้าไปด้านในร้าน โดยหยิบเอาลงใส่ถุงพลาสติกสีขาวที่เตรียมมาไว้ แล้วเดินออกจากห้างฯ กลับที่พักไป
ทั้งนี้ เจ้าตัวยังเคยก่อเหตุแห่งนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ขโมยเสื้อ ไม่ทราบยี่ห้อ บนชั้น 3 ของห้าง แล้วนำไปขายที่ตลาด ครั้งที่ 2 ขโมยรองเท้าแตะ ยี่ห้อ eq:iq ประมาณ 3 เดือนก่อน นำไปขายแล้วที่ตลาดแห่งเดียวกัน และล่าสุดครั้งที่ 3 ขโมยกระเป๋าใบดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องขยายผลอีกครั้ง คาดว่าคนร้ายรายนี้จะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2552 ลักสินค้าในห้างสรรพสินค้า ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี พื้นที่สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ
ต่อมาเมื่อปี 2556 ลักสินค้าในห้างย่านพหลโยธิน พื้นที่ สน.พหลโยธิน และเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา ลักเสื้อยืดมูลค่า 300 บาท ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านรัชดาภิเษก พื้นที่สน.ห้วยขวาง กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว หากมีผู้เสียหายรายใด ถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ สน.ทองหล่อ ทันที
เบื้องต้นทางตำรวจแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Original from: https://www.khaosod.co.th

Read More

บทบรรณาธิการ : 99 ศพต้องกระจ่าง

บทบรรณาธิการ : 99 ศพต้องกระจ่าง

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้องอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 และพนักงานสอบสวนอีก 2 นาย
คดีนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นโจทก์ในความผิดร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริง
แต่ศาลชี้ว่าการแจ้งข้อกล่าวหา ทำในรูปของคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ ที่แต่งตั้งขึ้นหลังศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
คณะกรรมการไม่มีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาต่อ จึงไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิด
เป็นเรื่องน่ายินดี ที่คดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามลำดับ จนมีคำพิพากษาจากศาลชั้นต้น ซึ่งโจทก์ก็ยังมีสิทธิต่อสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์และฎีกา จนกว่าจะถึงที่สุด
แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะอีกฝ่ายยังไม่มีโอกาสพิสูจน์ความเป็นธรรม แม้ศาลจะมีคำสั่งไต่สวนการตายของประชาชนในเหตุการณ์นั้น โดยชี้ว่ากระสุนมาจากฝายเจ้าหน้าที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งไต่สวนการตายของพยาบาลอาสาและประชาชนรวม 6 ศพใน วัดปทุมวนาราม มีรายละเอียดที่เห็นได้ชัดเจนมากว่าถูกกระทำโดยฝ่ายใดและอย่างไร
จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการ
ก่อนหน้านี้ คดีความเข้าสู่การพิจารณาในศาลอาญา ต่อมาศาลฎีกาชี้ว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ต้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่ปรากฏว่าป.ป.ช.ชุดปัจจุบันมีมติไม่รื้อฟื้นคดีและส่งฟ้องตามที่ศาลฎีกาชี้ไว้ ความตายของประชาชนจึงยังคาราคาซังจนบัดนี้
ในเมื่อคดีที่โจทก์ฟ้องร้องอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หัวหน้าชุดทำคดี และพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และแจ้งข้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริงจนมีผลพิพากษาแล้ว
คดีที่มีคนตาย 99 ศพก็ยิ่งต้องทำให้เกิดความกระจ่าง ควรจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริง
Original from: https://www.khaosod.co.th 
Read More

หน.พยาบาลกราบขอโทษ! คลิปฉาวกระชากคนไข้ไอซียู ลั่นปกติเป็นคนอัธยาศัยดี

หน.พยาบาลกราบขอโทษ! คลิปฉาวกระชากคนไข้ไอซียู ลั่นปกติเป็นคนอัธยาศัยดี

ผู้บริหารโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก และหัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล กราบขอโทษ กรณีคลิปพยาบาลกระชากคนไข้

หน.พยาบาลกราบขอโทษ! คลิปฉาวกระชากคนไข้ไอซียู

วันที่ 25 ก.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้บริหารโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก แถลงข่าว หลังมีสมาชิกเฟซบุ๊ก เผยแพร่คลิปจากห้องไอซียูของโรงพยาบาล เห็นพยาบาลคนหนึ่งปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยอาการรุนแรง มีการกระชากผู้ป่วยบนเตียงคนไข้ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

โดย รองผอ.โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เปิดเผยว่า ในนามของผู้บริหารโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ต้องขอแสดงความเสียใจและกราบขอโทษ ในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการดูแลคนไข้จากที่เห็นในคลิป ซึ่งตรงนี้เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น ต้องขอเวลาสืบหาข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจากภาพที่เห็นก็เป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือทำเฉย ในเรื่องนี้ กำลังดำเนินการในด้านวินัยกับผู้ปฏิบัติงาน ต้องย้ายพยาบาลคนนั้นไปปฏิบัติงานที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับผู้ป่วยก่อน

รองผอ.โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กล่าวต่อว่า เมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต้องมีการดำเนินการทางวินัยก่อน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงก่อน จากภาพในคลิป ผู้บริหารมีความคิดเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป คือทนไม่ได้ที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจและขอโทษกับญาติคนไข้
ด้านหัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล เผยว่า กลุ่มงานพยาบาล ต้องกราบขออภัยทุกท่านที่เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ตอนนี้ขอความกรุณาจากทุกท่านเห็นใจพยาบาลคนนี้ เพราะเครียดมาก ตอนนี้ขอดูแลพยาบาลก่อน เขาเพิ่งทราบว่ามีคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ปกติเป็นคนมีอัธยาศัยดี แต่อาจมีความเครียดเกิดขึ้น ต้องขอตรวจสอบก่อน
ทั้งนี้ คนไข้ในคลิป เป็นผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง อายุ 90 ปี
Original from: https://www.khaosod.co.th 

Read More

"น้องแพร์"ยันโพสต์เรื่องจริง เด็กที่ถูกทำร้ายเป็นลูกดาราหนุ่ม"ฟ"จริงๆ วอนรับผิดชอบด้วย

"น้องแพร์"ยันโพสต์เรื่องจริง เด็กที่ถูกทำร้ายเป็นลูกดาราหนุ่ม"ฟ"จริงๆ วอนรับผิดชอบด้วย
จากกรณีที่"น้องแพร" (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค นำภาพพร้อมข้อความระบุว่า คบกับดาราหนุ่มชื่อย่อว่า "ฟ" เพิ่งมีผลงานในวงการบันเทิงเกี่ยวกับซีรี่ส์วัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัย และถูกนอกใจ ซ้ำยังมีการทำร้ายลูกวัยเพียง 3 เดือนอีกด้วย ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวได้บรรยายอยู่ใต้ภาพซึ่งเป็นรูปคู่ รูปงานแต่งงาน และทารก ว่า "เราไม่ได้ประจานนะคะ เราแค่จะแชร์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าโง่ (อ่านข่าว : สาวแฉนักแสดงหนุ่ม เจ้าชู้ ทำร้ายลูกแท้ๆวัยแค่ 3 เดือน ขอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ!!


 อย่ารักใครจนหูหนวกตาบอดแบบเราอีก คบกันเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาดีกับเรามาก แต่พอเริ่มเข้าวงการบันเทิง เขาก็เปลี่ยนไป ปล่อยให้เราท้องและอยู่คนเดียว และเราจับได้ว่ามีคนอื่นในวันที่เราตั้งใจจะเซอร์ไพรส์วันเกิด หลังคลอดก็ยังทำร้ายลูกน้อยอีก โดยฝ่ายหญิงคิดจะเข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่มีคนห้ามไว้เพราะอยากให้คิดถึงอนาคตของลูก อยากให้เขากลับตัวกลับใจอีกครั้ง


ล่าสุด ข่าวสดบันเทิง ได้ติดต่อ "โบว์" ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลงานให้ "น้องแพร์" ซึ่งเป็นพริตตี้ เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยโบว์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และน้องแพร์เป็นคนโพสต์เอง เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว พอเป็นข่าวออกไปก็มีรายการติดต่อขอสัมภาษณ์เยอะมาก ซึ่งน้องแพรตัดสินใจที่จะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


 "ขอยืนยันว่าส่วนตัวน้องแพรไม่ได้อยากดัง แต่ที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องทั้งหมด เพราะต้องการให้ฝ่ายชายออกมารับผิดชอบ และยืนยันว่าเด็กที่ถูกทำร้ายเป็นลูกของดารารายนี้จริงๆ ส่วนเรื่องเลิกรากันหรือยัง หรือเรื่องคดีความ ขอให้สัมภาษณ์พร้อมกันทีเดียวในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.)"โบว์กล่าว


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังคุณจู ผู้จัดการส่วนตัวของดารา "ฟ." เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและมที่เป็นข่าวว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ปรากฏว่าทางผจก.ของหนุ่ม"ฟ."ไม่รับสาย


Read More

ลูกชายขอเงินแม่ซื้อยามาเสพไม่ได้ คว้ามีดฆ่าปาดคอ-แทงดับคาบ้าน ฟันหน้าพ่อเลือดอาบ

ลูกชายขอเงินแม่ซื้อยามาเสพไม่ได้ คว้ามีดฆ่าปาดคอ-แทงดับคาบ้าน ฟันหน้าพ่อเลือดอาบ

เมื่อเวลา 17.00 น วันที่ 13 ก.ค. ร.ต.ท.อภิเชษฐ์ จำปาทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งมีเหตุสลดลูกปาดคอแม่เสียชีวิต ส่วนพ่อบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในห้องแถวเลขที่ 9/85 ของหมู่บ้านสยามอินทร์ หมู่ที่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.สุพิศ แจ้งสว่าง รองผกก.สส.สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง


ที่เกิดเหตุพบเป็นห้องแถวชั้นเดียว ภายในบ้านที่เกิดเหตุพบเพียงรอยเลือดอยู่เต็มบ้าน มีดปอกผลไม้ที่หักครึ่งอยู่กลางบ้าน และหน้าบ้านมีรอยเลือดหยดเป็นทาง ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บถูกเพื่อนบ้านนำส่งโรงพยาบาลอ่างทองไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนางชนาภา คุ้มไพฑูรย์ อายุ 46 ป  ถูกปาดคอจนเหวอะ ตามลำตัวถูกแทงหลายแผล ส่วนผู้บาดเจ็บคือนายนาถ กิ่งแก้ว อายุ 49 ปี สามีของผู้ตาย ถูกแทงตามใบหน้าอาการสาหัส สำหรับผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายชื่อนายอิทธิชัย หรือบัส กิ่งแก้ว อายุ 28 ปี หลั่งก่อเหตุวิ่งหลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ในบึงหลังหมู่บ้าน

 จากการสอบสวนแม่ของผู้ตายและเป็นยายของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ลูกสาวและลูกเขยมีอาชีพขายของ โดยทุกวันจะขับรถกระบะบรรทุกกับข้าว ผักต่างๆ ไปขายตามที่ต่างๆ และจะกลับมาตอนเย็นทุกวัน โดยวันนี้ก็กลับมาบ้านตามปกติและจอดรถอยู่หน้าบ้าน ก่อนทั้งคู่จะเข้าไปในบ้าน จนเวลาประมาณ 16.30 น. ตนที่อยู่ถัดไปอีก 3 ห้อง ก็เดินไปบ้านลูกสาวเพื่อจะเอาขนมไปให้หลานชาย แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นหลานกำลังต่อสู้กับผู้เป็นพ่อ ขณะที่ลูกสาวนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นบ้าน จึงรีบวิ่งมาเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย หลังจากที่เพื่อนบ้านวิ่งมาหลานชายก็วิ่งหนีออกจากบ้าน โดยใส่กางเกงขาสั้นสีเขียวเพียงตัวเดียว จากนั้นจึงรีบนำลูกสาวที่ถูกแทงและปาดคอจนเลือดพุ่งไม่หยุดและลูกเขยส่งโรงพยาบาลอ่างทอง

 สำหรับสำหรับสาเหตุนั้นยังไม่แน่ใจ แต่น่าจะมาจากที่หลานชายมีอาการติดยาจนคล้ายโรคประสาท และเมื่อกลางปีก่อนก็เคยขโมยเงินแม่ไป 3 พัน และจะขอเงินพ่อแม่ตลอดคาดว่าน่าจะไปเสพยา โดยวันนี้พ่อแม่ก็กลับมาจากขายของเหนื่อยๆ แต่ลูกชายก็มาขอเงินจนอาจมีปากเสียงกัน จนเป็นเหตุให้นายอิทธิพลใช้มีดฆ่าพ่อแม่ เพราะความโกรธก็เป็นได้

 พ.ต.อ.ชูตระกูล กล่าวว่า หลังจากรับแจ้งจึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพบเพื่อนบ้านได้นำผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ก่อเหตุตอนนี้กำลังหลบหนีอยู่ แต่คาดว่าน่าจะหนีไปไหนไม่ได้ไกล เพราะหลังจากก่อเหตุเจ้าหน้าที่ก็ออกตามล่าตัวทันที เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุสลดและสะเทือนขวัญมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายแท้ๆที่ฆ่าปาดคอแม่และพยายามฆ่าพ่อแท้ๆอีก ส่วนสาเหตุนั้นต้องรอการสอบสวนผู้บาดเจ็บก่อน แต่คาดว่าน่าจะมาจากการมีปากเสียงกันจนผู้ก่อเหตุโมโหจึงก่อเหตุดังกล่าว
Read More

พี่ครูจุฬารัตน์วอนลงโทษเด็ดขาดคนร้ายฆ่าขืนใจ ไม่งั้นติดคุกไม่นานก็ออกมาข่มขืน-ฆ่าอีก

พี่ครูจุฬารัตน์วอนลงโทษเด็ดขาดคนร้ายฆ่าขืนใจ ไม่งั้นติดคุกไม่นานก็ออกมาข่มขืน-ฆ่าอีก
จากเหตุการณ์สะเทือนใจ น.ส.จุฬารัตน์ โทวันนา อายุ 27 ปี ครูสาว ถูกคนร้ายบุกฆ่าปาดคอเเสียชีวิตศพเปลือยในห้องเช่าไม่มีชื่อ ถนนสุดบรรทัดซอย 8 เขตเทศบาลเมือง อ.แก่งคอย โดยเบื้องต้นมีพยานระบุว่าได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องตอนกลางดึกวันที่ 2 ก.ค. กระทั่งรุ่งเช้าเพื่อนมาเคาะห้องไม่มีเสียงตอบ พอเปิดดูก็พบว่ากลายเป็นศพถูกฆ่า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างในละแวกดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว 1 ราย 


นายปรัชญา โทวันนา อายุ 32 ปี พี่ชายของครูจุฬารัตน์ เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งจากตำรวจแก่งคอยว่าน้องสาวถูกฆาตกรรม ตนพร้อมด้วยนายสนิท โทวันนา อายุ 59 ปี นางจันทร์ศรี โทวันนา อายุ 57 ปี พ่อแม่ และญาติ ได้เดินทางไปที่แก่งคอยทันที และเมื่อเช้าได้เข้าพบร.ต.อ.อภิชัช รัตนศรี พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ความคืบหน้าของคดี และให้ปากคำข้อมูลของผู้เสียชีวิต


นายปรัชญา กล่าวว่า หลังจากการพบพนักงานสอบสวนแล้ว เบื้องต้นจะไปขอรับศพน้องสาวจากโรงพยาบาลตำรวจ ที่กรุงเทพฯในเวลา 14.00 น. แต่สภาพจิตใจพ่อแม่ยังไม่พร้อมจึงจะให้ญาติไปรับศพแทน จากนั้นจะนำมาทำพิธีเรียกวิญญาณที่เกิดเหตุ และพาน้องกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิดอำเภอเชียงขวัญต่อไป 


นายปรัชญา กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีกว่า หลังทราบข่าวน้องสาวเสียชีวิต รู้สึกตกใจมากที่สูญเสียน้องที่รักอย่างไม่มีวันกลับ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้และดำดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


 "ตอนแรกความรู้สึกว่าจับคนร้ายได้ ไม่มั่นใจได้ตัวจริงไหม ถ้าเป็นจริงอยากให้ดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด แต่กฎหมายเราอ่อนมาก ติดคุกไม่นานออกมาข่มขืนและฆ่าอีก ฝากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแก้กฎหมายแล้ว น่าจะแก้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อกฎหมายไม่ศักดิสิทธิ์ คดีฆ่าข่มขืนจะอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป"นายปรัชญากล่าว


รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจสภ.แก่งคอยยังไม่ยืนยันคุมตัวนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพในตอนนี้ เนื่องจากมีประชาชนนับพันคน รอคอยการทำแผน ซึ่งอาจจะเกิดการรุมประชาทัณฑ์ จนไม่สามารถที่จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นต้นได้


Read More

อีกแล้ว! คลิปแฉแก๊งเมียหลวงรุมจิกหัวตบ-ฉีกเสื้อผ้าเมียน้อยวัยรุ่นกลางถนน

อีกแล้ว! คลิปแฉแก๊งเมียหลวงรุมจิกหัวตบ-ฉีกเสื้อผ้าเมียน้อยวัยรุ่นกลางถนน
  เดอะ มิร์เรอร์ ได้เผยแพร์คลิปเหตุการณ์เมียหลวงลงมือทำร้ายเมียน้อยอีกครั้งที่เมืองจีน โดยเหตุเกิดที่มณฑลอานฮุยของจีน เป็นเหตุการณ์หญิงหลายคนกำลังรุมทำร้ายหญิงสาว ซึ่งคาดว่าเป็นเมียน้อยของสามีหญิงคนหนึ่งในกลุ่ม โดยช่วยกันถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวเหยื่อจนเปลือยท่อนบน และพยายามจะถอดกางเกง นะหว่างนั้นก็ตะโกนด่าเหยื่อสาวตลอดเวลา ไม่แคร์สายตาของคนที่เดินผ่านไปมา และยืนมุงดูเหตุการณ์


สุดท้ายมีหญิงสูงอายุคนหนึ่งเดินเข้าไปพยายามจะห้ามปราม ไม่ให้กลุ่มของเมียหลวงทำร้ายเหยื่อสาว ก่อนที่กลุ่มเมียหลวงจะพากันแยกย้ายไป ปล่อยให้เหยื่อสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนถนนด้วยความอับอาย


Read More